แสงแดดสาดลำต้องฝุ่นละอองในห้องสมุดของเธอ ชูมานเข้ามานอนอยู่บนพื้น จ้องมองชั้นหนังสือชั้นล่างสุดที่ตรงกับระดับสายตา เธอเผลอหลับแล้วฝันไป ขณะนอนอยู่บนพื้นห้อง แสงแดดที่แรกเริ่มจับอยู่บนกรอบหน้าต่าง ไล่เลื่อนลงมาสาดต้องบนแก้มเธอให้รู้สึกผ่าวร้อน ราวกับแสงแดดลักลอบจุมพิต ในฝัน เธอหลุดเข้าไปอยู่ในหนังสือเก่าแก่บางเล่มที่เธอเปิดออกอ่านก่อนหลับไป
หนังสือสองสามเล่มวางอยู่บนโต๊ะ บางทีคนรักของเธออาจนำมาวางไว้ เขาชอบไปร้านหนังสือในตอนเช้าวันอาทิตย์ ใช้เวลายาวนาน ในตอนเปิดร้านใหม่ๆ เลือกหนังสือ โดยมากตอนเช้าผู้คนชอบมาซื้อนิตยสาร หรือหนังสือพิมพ์ ที่ว่างระหว่างชั้นหนังสือ ในแสงแดดสายจึงกลายเป็นอาณาจักส่วนบุคคล เธอไม่รู้ว่าเขามาที่นี่ตอนไหน อาจเป็นตอนเธอหลับ วางหนังสือทิ้งไว้ แล้วไปโดยไม่บอกกล่าว ละลายกลายเป็นแสงแดดที่สาดต้องเสี้ยวหน้าของเธอ และตลอดวัน ชูมานจมดิ่งลงไปในหนังสือเหล่านั้น
มาตานุสติ : แดนอรัญ แสงทอง
ชูมานรู้สึกหายใจไม่ออกตลอดเวลาที่เธออ่านหนังสือเล่มนี้ ทุกอย่างมืดดำลงเหมือนดวงอาทิตย์ถูกห่อหุ้มด้วยกระดาษไข อากาศเหนียวหนืดเหมือนจะกลายเป็นของเหลว เข้มข้นและดำมืด ดิ่งลงไปสู่ที่ลึก จะเป็นอะไรได้ นอกจากนรก !
มันคือเรื่องของแม่ลูกคู่หนึ่งที่ในที่สุดกำลังจะมีบ้านเป็นของตัวเอง หลังจากเร่ร่อนอาศัยในห้องเช่าเล็กแคบอัด ทั่วเมือง และพบพานกับ –นรก- ในรูปแบบต่างๆ นรกที่ว่าเกิดขึ้นตรงนั้น ตรงนี้ ที่นั่น ที่นี่ และแจผ่านตาทุกคนมาแล้ว หากวิธีการทำให้นรกนั้นเป็นเหตุการณ์ที่มีเลือดเนื้อ ขณะเดียวกันก็ทอดตาชาเฉย ราวกับเล่ามันด้วยมุมมองของคนนอก (ทั้งๆที่หนังสือทั้งเล่มเดินหน้าด้วยกระแสสำนึกของตัวลูกสาวที่ป่วยไข้ทางวิญญาณ) ทำให้เหตุการณ์นั้นดูเป็นสิ่งที่ –เกิดขึ้นจริง- และปราศจากข้อเรียกร้องทางอารมณ์ ใดๆ นอกจากความรู้สึกอันมืด เข้มข้น ตื่นตระหนก หวาดผวา
“ รายงานสภาพทางภูมิศาสตร์ของอเวจีขุมต่างๆ แห่งโลกยุคใหม่ และสภาพทางจิตใจโดยสังเขปของผู้ที่อยู่ในขุมอเวจีเหล่านั้น” คำโปรยบนปกหนังสือเขียนไว้เช่นนั้น และแดนอรัญ แสงทอง เจ้าของบทประพันธ์ ไม่รีรอที่จะลากจูงคนอ่านลงนรก ไปกับเขาด้วย
หนังสือเล่มนี้พูดถึงแม่ แม่ที่ไม่ได้มีความหมายว่าแม่พระ แต่หมายถึง สตรี ที่ทำทุอย่างเพื่อลูก ความเป็นแม่ที่เต็มไปด้วย ความดิบเถื่อน ความเห็นแก่ตัว (เฉกเช่นวิถีที่แม่กระทำต่อโสเภณีนางหนึ่ง) และสัญชาตญาณดิบ ความเป็นแม่ของหนังสือเล่มนี้ ไม่ได้ปรุงแต่งด้วยความคิดสวยสดงดงาม แต่มันยืนอยู่บนพื้นฐานเยี่ยงสัตว์เพศแม่ ที่สู้ยิบตาเพื่อปกป้องลูกน้อย มองอย่างเป็นธรรม ความเป็นแม่ จะสวยสดงดงามเฉพาะตากสายตาของลูกเท่านั้น ในส่วนอื่นๆยังต้งเป็นที่สงสัย (แต่มักได้รับการยกเว้นในฐานะ แม่! )
มาตานุสติ คือการระลึกถึงแม่ หรือการระลึกถึงความเป็นแม่ ชูมานไม่แน่ใจนัก
แดนอรัญ สงทอง เป็นชื่อสำคัญของนักเขียนไทย งานของเขาอาจไม่โด่งดังในไทย แต่ในนาม ของSANEH SANGSOOK (ซึ่งเป็นชื่อนามสกุลจริง) นี่คือนักเขียนไทยที่เป็นที่รู้จักในแวดวงวรรณกรรมโลก หนังสือของเขาได้รับการแปลหลายภาษา แต่ในเมืองๆไทย มันขายไม่ค่อยได้ ชูมานมีหนังสือของเขาหลายเล่ม ทั้งสมัยที่เขาแปล ฝันสีดำ (หนังสือที่ชูมานอ่านไม่รู้เรื่องแม้แต่น้อย แต่มันกับตรึงอยู่ในหัวยาวนาน) หรือคนโซ ไปจนถึงหนังสือ หนึ่งย่อหน้า อย่าง เงาสีขาว หนังสืออ่อนหวานอย่างเพลงรัก คนพเนจร และ ยามพราก หรือเจ้าการะเกด และ อสรพิษ เรื่องสั้นที่ไม่ได้รับการเหลียวแลในเมืองไทย แต่ได้ตีพิมพ์เป็นภาษาฝรั่งเศสก่อน ใครหลายคนบอกว่า แดนอรัญ แสงทอเป็นบ้า เขาเก็บตัวอยู่ในกระท่อม ผู้ชนะ ในจังหวัดเพชรบุรี ทุ่มเทให้กับงานเขียนเต็มเวลา โดยไม่สนใจสิ่งอื่น ความทุ่มเทขนาดนั้นทำให้เขาสร้างงานขนาดนี้ออกมาได้ ภาพปกคือภาพเงาเข้มข้นของนักเขียนผู้มีเคราเฟิ้ม มุ่งมองมายังคนอ่าน ชวนตระหนก และราวกับเตือนภัย จงระวังความดำมืดภายในหนังสือเล่มนี้
แน่นอนในฐานะนิยาย บางครั้งการบรรยายความเหี้ยมโหดของสังคมชั้นล่าง โดยไม่นำพาปรารมภ์กับความรื่นรมย์ใดๆ (เว้นแต่เราจะนับการบรรยายแบบถึงกระดูกของเขาว่าความรื่นรมย์ ซึ่งทำไมจะนับไม่ได้เล่า) การไร้ซึ่งแสงสว่างใดๆ ในหนังสือเล่มนี้ทำให้มันออกจะถอยห่างจากความสมจริงอยู่บ้าง (ถ้าความหมายของความสมบูรณ์คือความสมจริง ล่ะก็) แต่ในเมื่อเขาตั้งใจอย่างยิ่งยวดที่จะจัดวางนรกให้เราเห็นผ่านชะตากรรมไร้ความปรานี(และไร้ความสงสารจากผู้เขียน )ที่มีต่อสองแม่ลูก แล้วไซร้ ภาพนรกก็ฉานฉาย เงาดำมืด ชัดแจ้ง ชูมานรู้สึกตัวเธอเหนียวหนับ ราวกับอาบด้วยคาวไคลโสมมของโลกข้างนอก ซึ่งจริงๆเสียยิ่งกว่าจริง
การอาศัยเรื่องเล่าเล็กๆน้อยๆ อันชั่วช้า ร้อยรัดเข้าไปในเหตุการณ์ที่ที่แท้กินเวลาไม่มากนัก (และดัดแปลงมาจากเรื่องเล่าทางฝั่งตะวันตก หากคลี่คลายกลายเป็นเรื่องเล่าของผู้เขียนเอง) เป็นเรื่องเล่าซ้อนเรื่องเล่า ที่ราบเนียน หดหู่ และจบลงอย่างสิ้นหวัง
หนังสือที่ดีที่สุดที่ได้อ่านในปีนี้
คนรักของเธอเสียบกระดาษไว้ท้ายเล่ม ชูมานเห็นด้วย แต่มันทำให้เธอเหนื่อยมาก มันดูดกินวิญญาณของเธอ จนเธอแทบจะหลับผลอยไปในทันทีที่อ่าจบ คืนนั้นเธอฝันร้าย ความฝันเหี้ยมโหด เข้มข้นและมืดดำ ครั้งสุดท้ายที่เธอเป็นเช่นนี้ คือเมื่อเธอหลับไประหว่างการอ่าน เสียงร่ำให้ที่เงียบงัน ของเคนซาบุโร่ โอเอะ ชูมานตื่นลืมตากลางห้องสมุดมืดสนิท หลับตาไม่ลงอีกตลอดคืน ราวกับมีคนร้ายเดินวนรอบบ้านเธอ ความชั่วร้ายประดังประเด นั่นเอง เธอตัดสินใจเปิดโคมไฟดวงเล็ก หยิบหนังสือเล่มต่อไปมาอ่าน