Archive for the quote Category

WILLIAM S. BURROUGHS : นักวิทยาศาสตร์

Posted in quote on กรกฎาคม 3, 2007 by shuman

 

ถ้าจะมีใครที่ต้องถูกนำตัวไปสู่ห้องประการแล้ว พวกนักวิทยาศาสตร์คือพวกแรกอย่างแน่นอน ใช่ ผมเป็นพวกที่ต่อต้านวิทยาศาสตร์ เพราะผมรู้สึกว่า วิทยาศาสตร์นั้นืหน้าที่เป็นภาพเสนอของการสมคบคิดซึ่งปลอมแปลงความเป็นจริง และ จักรวาล จักรวาลของพวกนักวิทยาศาสตร์เท่านั้น พวกเขาเสพติดความจริง และต้องมีอะไรที่เป็นจริงมากๆติดมืออยุ่เสมอ เรามีเครื่องจักรซึ่งสร้างขึ้นด้วยความประณีตซึ่งผมรู้สึกว่าจำเป็นต้องทำลายมันลงให้ราบคาบ เพื่อให้เป็นเช่นนั้น เราจ้องการคนที่เข้าใจกลไกของการทำงานของเครื่องจักร -สื่อสารมวลชน- เหตุการณ์นี้ไม่เกิดขึ้นบ่อยๆ

WILLIAM S. BURROUGH

จาก บทสัมภาษณ์ สนทนา กับ วิลลเลียม เอส เบอร์โรห์ส โดย เกรเกอรี่ คอร์โว และ อัลเลน กินส์เบริ์ก

จาก หนังสือ UNDERGROUND BULETEEN ฉบับ 11

 

นางแห่งเนินทราย 1

Posted in quote on กุมภาพันธ์ 13, 2007 by shuman

 

ภาพของทรายที่กำลังเคลื่อนไหวไปนี้มีผลกระทบอันน่าตื่นเต้นอย่างมิอาจบรรยายได้แก่ชายผู้นี้ ความแห้งแล้งของทรายอย่างที่เห็นๆกันอยู่เป็นปกตินั้นหาได้เกิดจากความแห้งแต่แย่งเดียวไม่แต่เกดิจากความเคลื่อนไหวอย่างไม่รู้จักหยุดซึ่งทำให้มันเป็นสิ่งที่ไม่เป็นมิตรต่อสิ่งมีชีวิตทั้งหลาย เมื่อเปรียบเทียบกับวิธีที่มนุย์เกาะกันอยู่อย่างน่าเหนื่อยหน่าย ปีแล้วก็ปีเล่ามันช่างแตกต่างกันเสียเหลือเกิน

แน่นอนล่ะ  ทรายย่อมไม่เหมาะสำหรับชีวิต แต่กระนั้นก็เถอะ สภาพแน่นิ่งไมเคลื่อนไหวนั้นเป็นสิ่งจำเป็นอย่างที่สุดสำหรับการมีชีวิตอยู่เช่นนั้นหรือ ? การแข่งขันที่ไม่น่าพึงใจนั้นไม่ได้เกิดขึ้นเพราะคนเราพยายามที่จะเกาะติดอยู่กับสภาพที่ตายตัวตลอดเวลาหรือ? ถ้าคนเราจะเลืกการเกาะติดอยู่กับที่และปล่อยตัวให้ไหลไปตามความเคลื่อนไหวของเม็ดทรายแล้ว การแข่งขันก็จะยุติไปในไม่ช้า จริงๆนะ ในทะเลทรายนั้นมีดอกไม้บานและเหล่าแมลงก็มีชีวิตอยู่ สัตวเหล่านี้สามารถหนีจากการแข่งขันกันได้โดยอาศัยความสามารถอันใหญ่หลวงในอันที่จะปรับตัวได้ ตัวอย่างเช่น ครอบครัวแมลงปีกแข็งของชายผู้นี้ เป็นต้น

ในขณะที่กำลังคิดถึงผลของทรายที่ไหลลงไป ครั้งแล้วครั้งเล่าเขาก็ตกอยู่ในอการเพ้อไปว่าตัวเองเริ่มเคลื่อนที่ไปกับกระแสทรายที่ไหลอยู่ในนั้น

จาก ภาษา

Posted in quote on มกราคม 6, 2007 by shuman

 

สามัญชนนั้นเปรียบนักฝันว่าเป็นคนบ้า ก้นับว่าเขาถูกอยู่ เมื่อเขารุ้สึกว่าตัวเองจะต้องกลายเป็นคนบ้าไปแน่ๆ ถ้าหากปล่อยตัวปล่อยใจให้คุ้นเคยกับวังวนสุดหยั่งถึงภายในตนเอง  เหมือนอย่างที่ศิลปิน ผู้ใฝ่ธรรม และนักปรัชญา ได้กระทำกัน เขาอาจเรียกวังวนอันมืดดำนั้นว่าวิญญาณ  จิตใต้สำนึก หรือเรียกว่าอะไรก็แล้วแต่ แต่จากที่นั้นเอง ที่พลังของชีวิตทุกประการได้ก่อกำเนิดขึ้น  สามัญชนได้จัดตั้งเวรยามขึ้นไว้ระหว่างตัวเองกับดวงวิญญาณ  ให้เป็นสามัญสำนึก เป็นระบบศีลธรรม เป็นตำรวจคอยดูแลอารักขา เขาไม่ได้เฉลียวแม้สักนิด ถึงสิ่งที่ส่งตรงออกมาจากวังวนลึกลับดำมืดแห่งดวงวิญญาณของตนเอง  สิ่งนั้นมีมาก่อนจะเกิดมีผู้ตรวจตราขึ้น  ข้างฝ่ายศิลปินนั้น เป็นผุ้สงสัยอยู่ตลอดเวลา ถึงอำนาจของผู้ตรวจตรานั้น  ทว่าเขาไม่เคยสงสัยถึงสิ่งที่ออกมาโดยตรงจากวิญญาณของเขาเลย   ศิลปินนั้นข้ามผ่านไปมาอย่างลับๆ  ระหว่างดินแดนทั้งสอง ข้ามไปมาระหว่างจิตสำนึกและจิตใต้สำนึก ระหว่างฟากนี้และฟากนั้นดังประหนึ่งว่าโลกทั้งสองล้วนเป็นบ้านของตนเอง

ในขณะที่เขาพักพิงอยุ่ฟากข้างนี้ ในฟากฝ่ายของแสงสว่างเดียวกันกับที่ประชาชนมีชีวิตอยู่ ดูเหมือนว่าความอัตคัตขาดแคลนของภาษาทุกภาษาล้วนกดทับลงมาบนตัวเขา  การเป็นกวีนั้นหมายถึงชีวิตที่เจ็บปวดยิ่ง  แต่ทันใดที่เขาข้ามพันไปอยุ่อีกฟากฝั่งหนึ่งในดินแดนแห่งจิตวิญญาณ เมื่อนั้นเอง ถ้อยคำล้วนหลั่งไหลพร่างพรูออกมาอย่างมหัศจรรย์ ล่องลอยจากสายลมมาสู่ตัวเขาทั่วทิศทั่วทาง ดวงดาวก็ขับขาน และหุบเขาก็ยิ้มแย้ม โลกก็ถึงซึ่งความสมบูรณ์ และนี่เองคือภาของพระผู้เป็นเจ้า ซึ่งไม่มีถ้อยอักษรใดขาดเกินอีก เป็นภาษาซึ่งอาจกล่าวถึงสรรพสิ่งออกมาอย่างหมดจด ที่ซึ่งสรรพสิ่งขับขานบทเพลง ที่ซึ่งสรรพสิ่งแระมวลรวมตัวและพบหนทางของมัน

จาก: ภาษา

หนังสือ : มาจากทางสายเปลี่ยว

โดย : เฮอร์มาน เฮสเส

แปล: พจนา จันทรสันติ

สำนักพิมพ์ ตถตา  ;กันยายน 2528

จาก จดหมายถึงกวีรุ่นเยาว์

Posted in quote on มกราคม 3, 2007 by shuman

 

เหตุใดเธอจึงต้องการเป็นกวี ถ้าความต้องการนั้นเกิดขึ้นจ่กความทะเยอทะยาน ความอยากที่จะมีชื่อเสียงแล้วไซร้ ก็นับว่าเธอเลือกผิด เพราะเยอรมันในปัจจุบันนี้มิได้ใส่ใจอะไรมากนักกับพวกกวี และสามารถอยู่ได้อย่างราบรื่นโดยไม่ต้องมีคนประเภทนี้ นี้ก็เป็นเช่นเดียวกับเรื่องการหาเงินหาทอง สมมติว่าเธอเป็นกวีที่มีชื่อเสียงที่สุดในเยอรมัน (ไม่นับรวมการละคร) ถ้าเปรียบเทียบกับพวก ผู้จัดการหรือรองผู้จัดการบริษัทค้าหุ้น หรือโรงงานผลิตเข็มแล้วล่ะก็ เธอก็มีฐานะดีกว่าขอทานสักเล้กน้อยเท่านั้น

แต่อาจเป็นได้ว่า เธอไปสะดุดถูกอุดมคติที่จะเป็นกวีเข้า ก้เพราะและเห็นหวีในฐานะของสิ่งที่สดใหม่ มีคุณสมบัติริเริ่ม เป็นผู้สำรวจดูโลก และใฝ่ทางธรรม มีความบริสุทธิ์ในหัวใจ เต็มไปด้วยความละเอียดอ่อน  และชื่นชมในชีวิตที่อุดมไปด้วยอารมณืความรู้สึก เป็นบุคคลผู้สามารถหยั่งถึงความลี้ลับ เป็นผู้แสวงหาแรงบันดาลใจ เพื่อทำให้การดำรงอยู่เป็นสิ่งสูง อาจเป็นไปได้ที่เธอมองว่ากวีเป็นสิ่งตรงข้ามกับพวกนักล่เงิน กับผู้ใฝ่อำนาจ อาจเป็นไปได้ว่าการที่เธอดิ้นรนเพื่อทางสายนี้ มิใช่เพื่อเขียนบทกวีหรือหวังชื่อเสียง แต่เพราะเธอรู้สึกว่า กวีนั้นเป็นผู้เบิกบานอยู่ในอิสรภาพ และในความโดเดี่ยว แต่ในขณะเดียวกันก็เต็มไปด้วยความรับผิดชอบอันสูงยิ่ง  และเขาจะต้องอุทิศตัวอย่างสิ้นเชิง ถ้าอาชีพกวีของเขามิใช่สิ่งเสแสร้ง

และถาเป็นดังนี้ละก็  ก็นับว่าเธอได้เดินบนหนทางที่ถูกต้องของการเขียนกวีแล้ว ปต่มนกรณีนี้ก็เช่นกัน มันไม่เกี่ยวกับเรื่องที่ว่าต่อไปเธอจะได้เป็นกวีหรือไม่ ด้วยว่าคุณสมบัติอันสูงส่งของกวี นั่นก็คือความซื้อสัตย์ต่อตนเอง  การหยั่งลึกในธรรมชาติ การยอมรับที่จะทุ่มเทอุทิศตัวจนเกินคนสามัญ ความรับผิดชอบอย่างสูง ซึ่งอาจจะไม่พึงพอใจอะไรง่ายๆ และยินดีที่จะยอมอดหลับอดนอน เพียงเพื่อค้นหาถ้อยคำอันงดงามสักประโยคหนึ่ง แต่งคำชั้นดีออกมาสักวลีหนึ่ง  บรรดาคุณธรรมเหล่านี้  (ถ้าหากจะเรียกดังนั้น ) นับเป็นเครื่องหมายแห่งเกียรติยศ มิใช่เพียงสำหรับกวีที่แท้เท่นั้น แจ่ยังเป็นเกียรติยศของมนุษย์ที่แท้จริงด้วย มันคือเครื่องหมายของความไม่เป็นทาส ของมนุษย์ที่มิใช่จักรกล  ของมนุษยืผุ้รับผิดชอบและน่าเคารพ  ไม่ว่าเขาจะมีอาชีพใดก็ตาม

ดังนี้ ถ้าเธอนึกภาพของมนุษย์ในอุดมคติไว้เช่นนี้  ถ้าภายในของเธอไม่ได้ถูกผลักดันด้วยแรงปรารถนาที่จะมีชื่อเสียง ที่จะโด่งดังคับฟ้า ทั้งมิใช่เพื่อแสวงหาเงินและอำนาจ หากปรารถนาชีวิตที่ตกผลึกอยู่ภายในตัวเอง และไม่หวั่นไหวด้วยโลกธรรม ถ้าเป็นดังนี้แล้วไซร้ แน่ใจได้เลยว่าเธอยังไม่ได้เป็นกวีหรอก หากแต่เธอเป็นพี่น้องของกวี เป็นเผ่าพันธุเดียวกัน และนี่เอง ที่ทำให้ การเขียนกวีของเธอแฝงไว้ด้วยความหมายอันลึกซึ้ง

จาก: จดหมายถึงกวีรุ่นเยาว์

หนังสือ : มาจากทางสายเปลี่ยว

โดย : เฮอร์มาน เฮสเส

แปล: พจนา จันทรสันติ

สำนักพิมพ์ ตถตา  ;กันยายน 2528