Archive for the poem without gender Category

ความฝันยามเช้าของปีที่เจ็ดสิบห้า

Posted in poem without gender on กรกฎาคม 7, 2007 by shuman

ชายผู้หนึ่ง พร่ำคำไร้ความหมาย

 ร้อยปีต่อมาผู้คนเรียกขานในนาม บทเพลง  

เปล่าประโยชน์จะไขขาน บทเพลงไร้ชื่อที่จะมีคนรู้จักในเวลา

ในหนึ่งร้อยปีต่อมา

 

 

 

ในปีที่เจ็ดสิบห้า

มันยังคงเป็นคำไร้ความหมาย

 

 

 

เธอได้ยินมันหรือ !

จดจำมันไว้

 

ในความฝันยามเช้าของปีที่เจ็ดสิบห้า

 

 

ให้เสียงอึงอลของจักรกลตีนตะขาบเบาลง

ด้วยท่วงทำนองของถ้อยคำไม่รู้ชื่อนี้เถิด

 

ชูมาน / 26/62550 

 

 

นิ ท า น น ก

Posted in poem without gender on มิถุนายน 10, 2007 by shuman

น ก ไ ร้ ข า

 

ผมเคยได้ยินเรื่องนกไร้ขา

มันได้แต่บินและบิน

เหนื่อยก็นอนในสายลม

ในชีวิตจะลงดินก็เพียงครั้งเดียว  เมื่อถึงวันตาย

 

น ก ไ ม่ มี ปี ก

มีนกปีกหักอยู่ตัวหนึ่ง

นกที่บินไม่ได้

เดินอยู่บนพื้นด้วยสองขา

และเฝ้าฝันถึงฟ้ากว้าง

 

น ก

เขาได้ยินนิทานนกจากที่ไหนสักแห่งเสมอ สัตว์สองขาโบกปีกไปในฟ้ากว้าง กลเท่าไกลก็ไปถึง สุดขอบฟ้า หลังโค้งเมฆ ขอบสายรุ้ง

ในบางครั้งเขาเฝ้าว่าตัวเองเป็นนก ปีกสีขาว และสายลม

แต่บางครั้งเขาเศร้าสร้อย เวลาได้ยินตำนาน นกไร้ขา และนกไร้ปีก

เขาเศร้าสร้อย

ไม่ใช่เพราะสงสารนกไร้ขา หรือนกไม่มีปีก

แต่เพราะที่แท้เขาเศร้าที่ตัวเองไม่ได้ไร้ขาหรือไร้ปีก หากเขาเป็นนก

ปีกเขาคงแข็งแรง และสองขาคงมั่นคง

แต่เขายังคงเสร้าสร้อย เพราะที่แท้เขาคือนกสามัญ ผู้ไม่สมควรจะเศร้าสร้อย

บินไปถึงสุดขอบฟ้าก็ไม่เป็นตำนาน

นิทานนกอันเศร้าสร้อย ทิ้งรสหวานโรแมนติคตรงปลายลิ้น

บางครั้งเขาสงสัย เขาอยากเป็นนกเอที่จะบิน หรือเพื่อเศร้าสร้อยกันแน่

 

น ก ไ ร้ ข า 

 

นกไร้ขาไม่รู้ ความจริงมันตายตั้งแต่แรกบินแล้ว

น ก ไ ม่ มี ปี ก

นกไม่มีปีกพบลูกหมาตัวหนึ่งที่ซุกซนและคิดว่านกน้อยเป็นเพื่อนเล่น

 

แต่นกที่น่าสงสาร เจ้านกปีกหัก พยายามวิ่งหนี ด้วยสองขาที่ไม่คุ้นเคยกับพื้นดิน นกน้อยเปราะบาง และสองปีกที่แตกร้าวก็ล้มลง และตายอย่างเจ็บปวด

 

นกที่บินไม่ได้ นอนตายอยู่บนพื้นและฝันถึงฟ้ากว้างอย่างเดียวดาย

น ก 

 

เขาโบกปีกของตนแล้ว สองปีกแข็งแรง โบยตีสายลม เพื่อเคลื่อนไหวไม่หยุดยั้ง นกไม่รู้ว่าตนเองจะบินไปไหน  เขาบินเพราะเขามีปีก และมีตำนานนกผู้มาก่อนโบยตีดวงวิญญาณอยู่ภายใน เขาคิดถึงนกนางนวลบางตัวที่บินเพื่อที่จะบิน เพื่อที่จะไปให้พ้นจากข้อจำกัด คิดถึงนกที่ตายในสายลม หรือตายบนพื้นดิน

ชะตากรรมของนกไร้ขา และนกไม่มีปีก นั้นเศร้าแต่งดงาม

เขานึกสงสัยในปรารถนาแห่งตนเรื่องเล่าจากปลายปีกของเขานั้น จะเศร้าแต่งดงามหรือไม่ หรือจะเป็นเพียงเรื่องเล่าของนกสามัญ ท่ามกลางนกนับล้านบนโลกนี้

เมื่อเขาโบกปีกบิน ขอบฟ้าเป็นของเรื่องเล่าที่มาไม่ถึงหรือเป็นของสองปลายปีกของเขาในตอนนี้

นกไม่มีคำตอบ มันคงอยู่ในสายลมที่ไหนสักแห่ง เขาควรบินเพื่อค้นหามันไหม

 

น ก

เขาอยากลองเล่าตำนานของตนเอง

มีนกอยู่ตัวหนึ่งซึ่งมีทั้งปีกและขาอันแข็งแรง

แข็งแรงจนบางครั้งเขานึกอยากเด็ดปีก หักขาของตน

เพื่อจะได้เป็นนกไร้ขา อันเดียวดาย และนกไร้ปีกผู้เสร้าสร้อย

แต่เขาไม่เด็ดเดี่ยวพอ ไม่โดดเดี่ยวพอ

เขาจึงได้แต่บินเฉกเช่นนกสามัญทั่วไป

ใช้ชีวิตเยี่ยงนกสามัญ

เหนื่อยก็แวะพักเกาะคอน

ฝันถึงฟ้ากว้างที่เขาไม่เคยไป และมีเรื่อเล่ามากมายในโค้งฟ้าของสองปีก

เขาตายเยี่ยงนกสามัญ และใช้ชีวิตเท่าที่นกสามัญตัวหนึ่งจะใช้ได้

 

 

จาก ว่าด้วยบทกวี

Posted in poem without gender on มกราคม 7, 2007 by shuman

 

ที่เป็นดังนี้ก็นับว่ามีเหตุผลอยู่ เพราะหากพิจารณาจากต้นกำเนิดของบทกวีแล้ว ธรรมชาติของมันก็เป้นสิ่งที่ชัดเจนแจ่มแจ้งยิ่ง มันคือสิ่งที่ถูกปลดปล่อยออกมา คือเสียงเพรียก คือเสียงร่ำร้อง คือเครื่องหมาย คือท่วงท่า คือปฏิกริยา ซึ่งดวงวิญญาณอันมีชีวิตแสดงออกเพื่อปกป้องตนเอง หรือเพื่อร่วมรับรู้ในอารมณ์ความรู้สึกในประสปการณ์ของชีวิต หากมองจากบทบาทแรกซึ่งสำคัญที่สุดในฐานะที่เป็นศักยภาพตามธรรมชาติ ก้อาจถือได้ว่าไม่มีบีบทกวีไดเลยที่อาจนำมาตัดสินตีค่าได้ เพราะภาระแรกสุดของมันก็คือการบอกกล่าวกับตัวกวีเอง  มันคือเสียงร้องของเขา คือเสียงคร้ำครวญโหยหวน  มันคือความฝันของเขา คือรอยยิ้ม คือความโกรธ ใครเลยอาจมาตัดสินถึงความฝันยามค่ำคืนของผู้อื่นด้วยอาศัยกฏเกณฑ์ทางสุนทรียศาสตร์ หรือถือเอากิริยาอาการของเราที่แสดงอออกผ่านมือและหัวด้วยท่วงท่าการเดิน และตัดสินเอาด้วยกฏเกณฑ์แห่งความถูกต้องและเหมาะสม เด็กทารกในอ้อมแขนซึ่งยัดหัวแม่มือแม่เท้าเข่าอมไว้ในปากก็ถือได้ว่าเป็นสามัญปรกติเช่นเดียวกับนักเขียนซึ่งกัดด้ามปากกาเล่น หรือเป็นเช่นนกยูงซึ่งรำแพนหาง ไม่มีไหนทำได้ดีกว่าไหน ไม่อาจถือได้ว่าใครถูกต้องเหมาะสมกว่าใคร

ทีนี้ก็ปรากฏอยุ่ว่า บทกวีนอกจากจะเป็นการปลดปล่อยกวีสู่สายธารแห่งอิสรภาพแล้ว บางครั้งมันยังหยิบยื่นความเบิกบานให้แก่คนอื่นๆด้วย มันยังอาจผลักดันสั่นไหวจิตใจของเขาได้ นั่นเองคือความงดงาม สิ่งเหล่านี้อาจเกิดขึ้นได้ โดยเฉพาะเมื่อการแสดงออกอันนั้น มีธรรมชาติที่เป็นสากล ถึงแม้ใช่ว่าจะเป็นดังนี้ทั้งหมดก็ตาม

และนี่เองคือจุดเริ่มต้นของวัฏจักรอันผุพังเน่าเปื่อย ด้วยเหตุที่บทกวีอันงดงามย่อมส่งผลให้กวีกลายเป็นที่ชื่นชมยกย่อง ดังนั้นจึงหรากฏบทกวีจำนวนมากมายขึ้นในโลก ซึ่งไม่ได้มุ่งเพื่อสิ่งอันใดนอกจากพยายามที่จะให้งดงามเข้าไว้ โดยมิได้ใส่ใจกับคุณค่าดั้งเดิมของมันเลย ไม่สนใจกับบทบาทอันบริสุทธิ์ไร้เดียงสาและศักดิ์สิทธิ์ของมัน ตั้งแต่ต้นมาเลย ที่บรรดาบทกวีเหล่านี้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อผู้อื่น เพื่อผู้ฟัง เพื่อผู้อ่าน มันไม่ใช่ความฝัน มิใช่การเริงรำ หรือเสียงร่ำร้องของดวงวิญญาณอีกต่อไป  มันไม่ใช่การตอบสนองต่อประสปการณ์ มิใช่จินตภาพอันพร่ามัว หรือมนต์วิเศษอีกต่อไป หาใช่กริยาของผู้รู้หรือใบหน้าอันบิดเบี้ยวของคนบ้าอีกต่อไปแล้ว มันเป็นเพียงผลิตผลที่ถูกสร้างขึ้นอย่างมีจุดมุ่งหมาย เป็นงานที่สานสร้างขึ้นมา เป้นขนมหวานสำหรับสาธารณชน นถูกสร้างขึ้นมาเพื่อตีพิมพ์เผยแพร่ เพื่อขาย  มันมีขึ้นเพื่อรับใช้ความหรรษาของผู้ซื้อ เพื่อกระตุ้นหรือเพื่อชักนำบ่ายเบน ดังนั้น บทกวีทำนองนี้จึงได้รับการยอมรับง่ายๆ เราไม่จำเป็นจะต้องอ่านงานแบบนี้อย่างจริงจังหรือดูดดื่มเลย เราไม่จำต้องทุกข์ทรมานหรือหวั่นไหวไปกับมัน เราเพียงแต่โยกตัวแกว่งไกวอย่างสำราญใจไปกับท่วงทำนองอันราบรื่นน่ารักของมันเท่านั้น

จาก: ว่าด้วยบทกวี

หนังสือ : มาจากทางสายเปลี่ยว

โดย : เฮอร์มาน เฮสเส

แปล: พจนา จันทรสันติ

สำนักพิมพ์ ตถตา  ;กันยายน 2528

ความเห็นของดอกไม้

Posted in poem without gender on กันยายน 21, 2006 by shuman

ไม่มีใครฟังความเห็นของดอกไม้

เพราะเราต่างคิด ดอกไม้มีไว้ให้หอม

 ไม่มีใครฟังคำเศร้าของเหล่าตัวตลก

เพราะเราต่างคิด ตัวตลกมีไว้เพียเพื่อคำขำขัน

ไม่มีใครร้องให้ให้กับสสัตว์ร้าย

เพราะเราต่างคิดสัตว์ร้ายมีไว้ให้พ่ายแ

ไม่มีใครเข้าใจสิ่งใดๆ

เพราะความเข้าใจมีไว้ให้ความไม่เข้าใจเท่านั้น

ถ้าฉันหายใจ

Posted in poem without gender on กันยายน 20, 2006 by shuman

ถ้าฉันหายใจ กลิ่นดอกไม้จะหอมหวาน

ถ้าฉันหายใจ ลมหายใจเข้าจะเป็นเมื่อวาน

ถ้าฉันหายใจ เราจะผ่านเรื่องเลวร้ายไปพร้อมกัน

จูบความเศร้า

Posted in poem without gender on กันยายน 19, 2006 by shuman

ฉันจูบเศร้าสร้อยกับสายลมยามเช้า

ค้นพบเหน็บหนาวในรอยจุมพิต

หวานหรือที่รัก….เปล่าเลย

เพียงหนึ่งจูบกับความเศร้า ระหว่างเราทุกคน

ป ร า ร ถ น า

Posted in poem without gender on กันยายน 18, 2006 by shuman

ฉันมองเห็นปรารถนา ในดวงตาของเด็กน้อย

เธอซุกในอกแม่

ซ่อนดวงตาปราถนาจากฉัน

ต๊กตา ดอกไม้ ขนม ของเล่น หรือความฝันอันใด

ฉันใคร่รู้

……………………

มีปรารถนาใดไม่เจ็บปวด

ฉันใคร่รู้