เรื่องเล่าไม่มีชื่อ บทที่3 : เจ้าสาวสายหมอก : ถอดความจากภาษาญี่ปุ่น โดย แสนไกล

 

บทที่3 เจ้าสาวสายหมอก : ถอดความจากภาษาญี่ปุ่น โดย แสนไกล

 

ในครึ่งแสงของแดดสาย   ความสลัวรางรัดรึงร่างเปลือยเปล่าของเธอเอาไว้   ราวกับเธอสวมเสื้อผ้าที่ทำจากหมอก   ห้องที่มีสีฟ้าเจ้าสาวสายหมอกผู้เปลือยเปล่านอนหันหลังให้กับผม   แสงสลัวอันเข้มข้นโอบกอดเธอ เลือนรูปทรงและค่อยๆจางหายไป   เธอสูญสลาย ฟูกด้านที่เธอน่าจะนอนอยู่ตอนนี้เย็นเยียบ  ผมเหม่อจ้องความว่างเปล่านั้น แล้วร้องให้

 

เหลือเพียงผมในห้องสีฟ้าของครึ่งแสง ภาพฝันซ้ำแล้วซ้ำเล่าปรากฏวนเวียนในยามสายอันมืดสลัว

 

เสียงกีตาร์เศร้าสร้อยของ NICK DRAKE นักร้องคนโปรดของเธอ ยังอ้อยอิ่งเชื่องช้า เธอบอกว่า เธอรู้จัก NICK หลังจากเรารู้จักกัน   เธอบอกว่าเธอเจอ NICK ในร้านซีดีมือสอง ภาพชายหนุ่มค้อมหลังจ้องมองกีตาร์ตัวเองในพื้นสีห้า ทำให้นึกถึงผม  เธอเอาเพลงของNICK ให้ผมฟัง   ผมผู้ไม่ประสาเพลงเก่าจากยุค 70 เหม่อฟังเสียงกีตาร์เศร้าสร้อยของชายคนที่เธอบอกว่าเหมือนผม เธอประจุเพลงของNICK ลงใน IPOD ของเธอ ฟังมันซ้ำๆ    ในรถโดยสาร   ในรถไฟใต้ดิน บนถนน บนเรือข้ามฟาก บนบันไดเลื่อน ในลิฟท์ กระทั่งตอนที่นอนหลับอยู่ข้างกัน    เสียงเพลงอ้อยสร้อยนั้นทำให้รู้สึกราวกับผมอยู่กับเธอในทุกแห่งหน ผมรู้จัก NICK DRAKE เพราะเธอ    ไม่ได้รู้สึกอย่างแรงกล้าว่าเหมือนเขาจนเธอเลือนจางจากไป

                – ผม – อายุยี่สิบเก้า   และทุกข์เศร้าราวมีอายุสองร้อยปี ทำงานประจำที่ไม่มีคุณค่ามากพอให้กล่าวถึง ใช้ชีวิตโดยมากในห้องสีฟ้า ที่มี่คำแปลร่วมในภาษาอังกฤษ ว่า ความเศร้า

                เธอเคยบอกว่าคนเช่นผมนั้นพร้อมจะฆ่าตัวตายได้ในทุกเมื่อ และนั่นคือสิ่งที่ทำให้เธอหวาดกลัวจับใจ    ผมเคยคิดเงียบเชียบไว้เหมือนกันว่าถ้าวันหนึ่งผมตัดสินใจจะไปจากโลกนี้   มันก็ไม่ใช่ความผิดของใคร    ผมจะเขียนจดหมายบอกเธอว่ามันไม่ใช่ความผิดของเธอ   ผมเพียงไม่อยากมีชีวิตสืบต่อ   ลืมผมเสียและมีชีวิตใหม่   ให้ผมเป็นเพียงเถ้าธุลีที่ลอยหายเลยลับ    แต่ผมไม่ได้เขียนมันลงไป   มันช่างเห็นแก่ตัวและเจ็บปวดปานนั้น   พอคิดมาถึงตอนนี้   สำหรับผมความตายก็ไม่ได้ง่ายดายอีกต่อไป   พอเราเปิดรับใครสักคนเข้ามาในชีวิต ชีวิตก็จะไม่ได้เป็นของเราอีก   พันธนาการในนามอื่น   รูปอื่น  จะร้อยรัดเราไว้   กระทั่งลมหายใจเรายังไม่ได้กำหนดได้โดยสมบูรณ์   ผมจึงเพียงครุ่นคิดถึงมันเงียบเชียบในเวลาที่อยู่ลำพัง   การมีอยู่หรือจากไปของผม ไม่ได้เพิ่มเติมหรือลดทอนคุณค่าความหมายใดๆลง    ผมตายดับ   ห้องสีฟ้ากลายกลับว่างเปล่า และจะมีคนมาเช่าอยู่แทน เดินลัดเลาะตรอกเล็กในเมืองนารา ผมจะถูกลืม ตายดับลับไป

                แต่หากเป็นเธอที่จากไปแทน เจ้าสาวสายหมอก    เธอตายในยามสายที่มีครึ่งแสง    ความผิดพลาดของผู้คน   ของโลก   และอาจจะของผมเองที่กอดเธอไว้ไม่แน่นพอ 

                หลังจากนั้นผมมักฝัน   ยามสายไม่เคยสดฉ่ำอีกเลย   ทุกวัน เมฆหมอกมืดครึ้มคลี่คลุมแสงอาทิตย์จนเหลือเพียงครึ่ง   ผม   เดียวดายในห้องสีฟ้าถูกหลอนหลอกด้วยภาพของเธอในทุกที่   สลัวรางบางเบา    มาถึงตอนนี้ความตายหายใจเย็นเยียบรดใบหน้าผม ผมทั้งหวาดแสยง และขลาดกลัว    ความคิดเรื่องการฆ่าตัวตายกลายเป็นสิ่งซึ่งผมไม่อาจทนรับได้อีกต่อไป 

                บางครั้งผมหลับไป และตื่นในที่อื่น   ที่ที่มีครึ่งแสง และเจ้าสาวสายหมอกเดินลับหัวมุมถนน   ที่นั่น ผมเดินเท้าตามหาเธอ ตึกรามบ้านช่องเก่าแก่ในตรอกซอกซอยที่เหมือนเมืองนารา   แต่เป็นสถานที่อื่น ราวกับวันเวลาชั่วร้อยปีพันปีไหลทบมารวมกัน   ผมดุ่มเดินไปไม่สุดสิ้น    ตื่นขึ้นและหลับไป   โลกข้างนอกของวันและคืนในปัจจุบันขณะเลือนหายไป

ใส่ความเห็น