เรื่องเล่าไม่มีชื่อ บทที่ 2 : ชูมาน เหมือนอากาศ

บทที่ 2  ชูมาน  เหมือนอากาศ

 

โดยไม่มีเหตุผล รุ่งสางวันนั้นคุณตื่นขึ้นพร้อมกับความรู้สึกเย็นเยียบว่างโหวงในหัวอกเหมือนใครควักหัวใจออกไปครึ่งดวง    คุณรู้สึกราวกับว่า จากนี้ไปคุณถูกทอดทิ้งให้เดียวดายอยู่บนดวงดาวแปลกหน้าชั่วนิรันดร์ เพื่อนคนสุดท้ายของคุณออกเดินทางไกล และจะไม่กลับมาอีก

คุณลุกขึ้นนั่งบนเตียงห่มผ้าหนาด้วยรู้สึกหนาวเหน็บ   ที่หน้าต่างแสงแรกที่ขอบฟ้ามาปรากฏ   ยามนี้แค่น้ำค้างหล่นใส่ เส้นผม คุณคงร้องให้ คุณรู้สึกอ่อนไหวเปราะบางมากเพียงนั้น

                มันเป็นยามเช้าที่แปลกประหลาด   หลายเดือนล่วงมาแล้วคุณก็ยังคงระลึกถึงยามเช้าอันไร้เหตุผลนั้นได้ คุณมักรู้สึกเช่นนั้นมาเสมอนับตั้งแต่เด็กๆ    ความรู้สึกเข้มข้นอันไร้สาเหตุมันราวกับมีตัวคุณอยู่อีกที่หนึ่งบนโลก กำลังสูญเสียแรงยึดเหนี่ยวไปจากชีวิต บางส่วนในตัวของคนผู้นั้นตายลงของคุณจึงตายตามไปด้วย

                แม่ตื่นแล้ว   คุณได้ยินเสียงก๊อกแก๊กอยู่ในครัว   คุณลุกขึ้นจากเตียงออกมายืนพิงฝาฟังแม่ฮัมเพลงเก่าแก่เชื่องช้าทำนั่นทำนี่ พ่อยังคงหลับอยู่   มีแต่แม่ คุณ และหมาเพศเมียตัวหนึ่ง เช้านี้บ้านทั้งบ้านกลายเป็นของผู้หญิง

                หลังจากออกจากราชการคุณได้กลับบ้าน   นั่งรถรวดเดียวจากอีสานลงใต้ ไม่แวะพักที่ไหนราวกับว่าคุณต้องการไปจากที่นั่นให้ไกลที่สุดและเร็วที่สุด ความทรงจำดีๆจะผุดพรายเชื่องช้า   เพราะกว่าคุณจะรู้ว่าคิดถึงสถานที่ริมน้ำโขงนั้นคุณก็อยู่บ้านแล้ว   เหม่อมองทะลสาบสงขลาที่เต็มไปด้วยเรือบรรทุกสินค้าและกลิ่นน้ำมัน จู่ๆคุณคิดถึงกลิ่นหอมไม่มีชื่อเรียกของแม่น้ำโขงยามเย็น   คุณตัดสินใจเปิดร้านยาเล็กๆที่บ้านคุณเอง  ร้านยาของคุณตั้งติดกับมหาวิทยาลัยราชภัฏ   เช่ามาในราคาไม่แพง   ตึกยังใหม่ และผู้คนข้างเคียงเป็นมิตร หน้าร้าน มีหญิงชาวมุสลิมมาเช่าที่ขายโรตี   ก๊ะมีลูกชายหนึ่งคนวัยกำลังซน   คุณตื่นตอนสาย หาอะไรกินแถวบ้านแล้วค่อยออกไปร้าน ท่ามกลางถนนเส้นเล็กๆเงียบสงบที่คุณเติบโตมา   คุณเป็นส่วนหนึ่งของสถานที่นี้   ตอนเย็นถ้าคุณออกไปเดินเล่นภายในยี่สิบนาที คุณจะพบคนรู้จัก ไม่รู้จักคุณ ก็ แม่ของคุณ

                บ่ายวันหนึ่งคุณนั่งเล่นอยู่ในร้านเบเกอรี่ตรงหัวมุมถนน   ดื่มไอศกรีมวานิลลาปั่นผสมกับน้ำส้ม ใครบางคนผลักประตูเข้ามาในร้าน   ซีดเผือดเหมือนเถ้าธุลี   วินาทีนั้นโลกสะเทือนเลื่อนลั่นในหัว   เขานั่งที่โต๊ะหน้าคุณ หันหน้าไปทางเดียวกัน   คุณลอบมองต้นคอที่ผมเผ้ารกรุงรังนั้น   จู่ๆคุณเชื่อมั่นโดยไม่มีเหตุผลว่าเขาชื่อ นาโอะ และคุณเอาแต่จ้องมองเขาเช่นนั้นจนเขาลุกไป    คุณคิดกลับไปกลับมาว่าควรจะตามผู้ชายคนนั้นไปหรือเปล่าแต่คุณไม่ได้ทำ   นาโอะ ชายแปลกหน้าที่คุณคุ้นเคยกำลังจะสูญหายไปตลอดกาล   เขาเลี้ยวตรงหัวมุมตึก เดินผ่านหน้าคุณไปหายไปจากกระจก   คุณรู้สึกเหมือนตัวเองจะละลายหายไปในอากาศ    หัวใจครึ่งดวงที่เหลือเต้นเหมือนรัวกลอง

                คุณยังไม่มีคนรักนอกจากแม่และพ่อคุณก็ไม่มีใครอีก  เภสัชกรสาวที่กำลังจะขึ้นคาน เจ้าของร้านยาธรรมดาๆร้านหนึ่งไม่มีวี่แววของเรื่องตื่นเต้น หรือเรื่องรักชวนพาฝันใดๆ   สามัญดาษดื่นจนเหมือนอากาศ   คุณมักบ่นกับตัวเองเช่นนั้น เงียบเชียบ รอคอยวันหมดอายุ

                คุณพบกับนาโอะอีกครั้งที่หาดสมิหลา   เขานั่งอยู่บนโขดหินข้างๆกับรูปปั้นนางเงือกบิดมวยผม มันเป็นวันที่มีลมแรงจนไม่มีใครไปที่ทะเล   คุณมองเห็นเด็กหนุ่มผมยุ่งผ่านหน้ากระจกรถ ผมยาวแค่คอปลิวสะบัดในสายลมปรกหน้าปรกตา   เขม้นมองไปไกลในทะเลที่เย็นชื้น   คุณจอดรถจากอีกฝั่งถนน เหม่อมองภาพนั้นเนิ่นนาน   คุณลงจากรถรู้สึกถึงสายลมเข้มข้นพัดตึงผ่าหน้า ผมของคุณปลิวไสว กระโปรงยาวที่คุณสวมสะบัดปลิวในสายลม อากาศหม่นมืดและเย็นชื้น ประหนึ่งโลกกลายเป็นสีเทา ชั่วขณะ คุณเดินฝ่าสายลมแรงข้ามถนนตัดตรงไปยังรูปปั้นนางเงือก เอื้อนเอ่ยต้านเสียงสายลม เพรียกเรียกชื่อ

 

นาโอะ

ใส่ความเห็น