เรื่องเล่าไม่มีชื่อ บทที่ 5 : เพลงนางเงือก

บทที่ 5 : เพลงนางเงือก

 

ฉันคิดว่าคุณน่าจะรู้จักเธอ  เรากำลังพูดถึง ชูมาน หญิงสาววัยปลายยี่สิบ  คนที่เงียบเศร้า เกิดและเติบโตในย่านเมืองเก่าของสงขลา บ้านบนถนนนครนอกของเธอเก่าแก่มาแต่ก่อนสงครามมหาเอเชียบูรพาบ้านตึกแถวที่ครั้งหนึ่งญี่ปุ่นเคยบุกยึดบ้านจนเธอและครอบครัวต้องย้ายไปต่างอำเภอก่อนจะย้ายกลับมาอีกครั้งหลังสงคราม   เฟอร์นิเจอร์บางชิ้นเป็นของที่ญี่ปุ่นนำมาทิ้งไว้ให้ด้วยซ้ำ  บ้านของเธออยู่แถวแรก หันหลังให้กับทะเลสาบสงขลา เพียงเปิดประตูหลังบ้านก็จะพบทะเล

                ฉันหมายถึงชูมานคนนั้นแหละ เธอเจอเข้ากับคนญี่ปุ่นคนหนึ่ง คนที่เธอเสมือนรู้จักมาเนิ่นนาน คนที่ทันทีที่พบ เธอก็เรียกชื่อเขาทั้งยังไม่เคยรู้จัก  หนุ่มญี่ปุ่นคนนั้นอาศัยพักในโรงแรมนางงาม   โรงแรมเกาแก่ที่มีลานบ้านอยู่ตรงกลาง เขามาที่นี่เพียงลำพัง  ซีดเซียวเศร้าสร้อยราวกับป่วยไข้ด้วยโรคไร้สาเหตุ  ตกบ่ายออกมาเล่นกับแมวและเหม่อมองหญิงชราเจ้าของโรงแรมคั่วถั่วลิสงด้วยทรายในกระทะ  ควันไฟฟ่องลอยกระทบแสงแดดบ่ายราวกับเป็นโลกอื่น  อวลกลิ่นถั่วคั่วหอมขมทั่วทั้งบ้าน   เธออาจรู้สึกบางอย่างรู้สึกอย่างเข้มข้น ถึงรอยต่อพิลึกพิลั่นของเขากับเธอ และคิดว่าถ้าไม่แสดงออกมันจะสูญหายไป   บางอย่างข้างในเธอจะฉีกเป็นชิ้นๆ เธอจะกลายเป็นคนสิ้นไร้ไม้ตอกทางวิญญาณ เธอจึงรับเขาเข้ามาในชีวิต

                เธอกับเขาสื่อสารกันไม่ค่อยได้ นาโอะพูดไทยได้กระท่อนกระแท่น และเธอพูดญี่ปุ่นไม่ได้เลย  ฉันสงสัยในความเชื่อฝังหัวของเธอเหลือเกินเธอคิดว่ามันอาจเป็นเรื่องโรแมนติค อันประหลาดล้ำ    การผูกพันกับใครสักคนโดยไม่มีเหตุผล บางทีเรื่องนี้อาจกลายเป็นนิยาย หรืออาจจะไม่ก็ได้   มันอาจเป็นเรื่องรัก   หรือเรื่องเล่า แปลกแปร่งเพี้ยนพิลึก แต่น่าพึงใจสำหรับเธอ    สำหรับคนที่เอาเรื่องเธอไปเขียน   สำหรับคนที่อ่านเรื่องของเธอ พวกเขาเหล่านั้นล้วนถูกห่มคลุมด้วยความน่าพึงใจเหล่านี้ทีละน้อย  พวกเขาอาจพากันคิด นี่ละเรื่องที่ฉันปรารถนา ความฝันลึกๆที่ฉันเป็นไม่ได้ หรือกระทั่ง  สิ่งที่เธอรู้สึกช่างตรงกับสิ่งที่ฉันรู้สึก  แต่มันก็เป็นเพียงการตัดทอนบางสิ่งออกไป   เหลือไว้แต่เรื่องเล่าที่ถูกทำให้มองเชิงโรแมนติคมาตั้งแต่ต้น

                มาถึงตอนนี้   เธอไปหาเขาที่โรงแรมในยามเช้า   พาเขาไปกินมื้อเช้าที่ร้านโจ๊กเกาะไทย   แสงเช้าเพิ่งเลื่อนผ้าห่มของค่ำคืนออกและลืมตางัวเงีย   พวยควันกรุ่นร้อนจากหม้อต้ม ข้าวต้มลวกไข่ดิบที่รองก้นถ้วยจนสุกเหมือนพระอาทิตย์มาปรากฏบนโต๊ะอาหารเช้า   เธอกับเขานั่งกินโจ๊กกันเงียบ ๆ สื่อสารผ่านภาษามือ ค่อยๆเรียนรู้ความหมายถ้อยคำเฉพาะนั้นทีละน้อย คำที่ไม่สลักสำคัญอย่าง ขิง พริกไทย ไข่ต้ม ร้อน หอม และ อร่อย    คำที่เธอประดิษฐ์ใช้ขึ้นเองจากส่วนประกอบของภาษา และท่าทางเฉพาะที่ไม่ได้มาจากโรงเรียนภาษามือที่ไหน แต่มาจากมนุษย์ซึ่งสิ้นท่าในการสื่อสาร   เราตกจากหอคอยบาเบล และพยายามหาหนทางเชื่อมต่อกันใหม่ เราไม่มีทางรู้เลยว่านาโอะเข้าใจที่เธอพูดหรือไม่ หรือเธอเข้าใจสิ่งที่นาโอะพยายามบอกหรือเปล่า แต่ทั้งคู่ก็ไปไหนมาไหนด้วยกัน   เธอรู้สึกอบอุ่นในหัวใจ อย่างประหลาด บางครั้งขณะที่เธอขับรถเลียบทะเลและเขาเหม่อมองดูหาดสีเทา   เธอรู้สึกรสขมของจุมพิตกาแฟปรากฏวูบบนริมฝีปาก

                เธอพานาโอะไปพบพ่อกับแม่ในฐานะเพื่อนใหม่   คนหลงทางผู้แสนซื่อและน่ารัก   แม่ของเธอชอบเขา ในท่าทีเก้ๆกังๆ และสุภาพนอบน้อม  หมาที่บ้านก็ชอบเขา  มันกระดิกหางดีใจทุกครั้งที่เขาแวะไป   พ่อเชื่อเอาเองว่าชายคนนี้ความจำเสื่อม และบอกเธอพานาโอะไปหาหมอที่หาดใหญ่ แต่เธอปฏิเสธ   เธอรู้ว่าเขาไม่ได้ความจำเสื่อม   แค่สับสนมึนงงบางอย่าง  ทั้งคู่ไปซื้อดิกชันนารีภาษาญี่ปุ่น-ไทยที่ร้านหนังสือริมสถานีรถไฟในเมืองหาดใหญ่ แทนที่จะไปหาหมอเหมือนที่พ่อบอก

                ในวันที่ลมทะเลพัดแรงวันหนึ่ง ฟ้ากลางคืนมืดค่ำลงอย่างรวดเร็ว นาโอะพยายามแสดงท่าทางให้เธอจอดรถ เขาลงไปที่ทะเลในแทบจะทันที   ลมทะเลพัดตึง และท้องฟ้ามืดดำลงไปแล้ว   ราตรีย่างกรายมา ไล่พระอาทิตย์ให้สอดตัวลงในผ้าห่มลายแสงดาวเชื่องช้า   หากคืนนี้มืดมิด  แสงดาวหรุบรู่หลังหมู่เมฆ  สายลมโบยโบกราวกรีดร้อง   เธอเดินตามนาโอะลงมา   เขาพาเธอไปที่ทะเล   กลางคืนมืดมิด กระทั่งนางเงือกสีทองหม่นหมองก็สางผมอยู่ในความมืด    เธอสงสัยว่าเขาพาเธอลงมาที่นี่ทำไม   แต่ทั้งคู่ลืมดิกชันนารีไว้ในรถ

                ที่แท้แล้วนาโอะไม่รู้ว่าเขามาที่นี่   -หมายถึงสงขลา-  ทำไม นับจากวันที่ทุกสิ่งเหลือแสงสาดส่องเพียงครึ่ง   เขาได้เที่ยวท่องไปทั่วชีวิตผู้อื่น   เหมาเอาว่าเป็นนักเดินทางผู้แสนเศร้า    พอจากไปก็ทิ้งรอยอาลัยไว้กับทุกผู้คน   ทั้งๆที่ที่แท้เขาเป็นเพียงคนสับสนที่ฉกฉวยเอาความเห็นใจจากผู้อื่นมาดื่มกินราวขนมหวาน   พอมันจืดจางลงเขาก็ถึงเวลาต้องเดินทางต่อไป   ทิ้งร่องรอยอาลัย   ให้เธอ  ให้เขา   ให้ใครก็ตามที่ผ่านมาเก็บกินความหวานต่อไป   สุดท้ายมันก็จะเหลือเพียงเรื่องเล่าโรแมนติกเกี่ยวกับความรักชั่ววูบของคนที่อยู่กับที่ กับนักเดินทางผู้พเนจรนิรันดร์และชูมานกำลังเก็บกินความหวานนั้น  ความหวานที่ไม่ได้ให้ประโยชน์อะไร เรื่องเล่าที่ไม่มีความหมายอะไร

                เธอแว่วได้ยินเพลงนางเงือก   เสียงเพรียกเรียกขานอันโหยให้และแสนเศร้า   เพลงฝันที่ลากคนหนุ่มจมลึกลงไปในทะเล นางเงือกใจร้ายกัดกินเลือดเนื้อและกระดูก   ชูมานผู้ไม่รู้จักกับโลกอีกต่อไป  เธอก็เหมือนฉันเหมือนเรา  เป็นเพียงคนที่โลกของการเสพรับตำนานจากอดีตจนถึงปัจจุบัน   ตัดทอนบางสิ่งดัดแปลงบางอย่า เธอกินมันเข้าไป แล้วคายมันออกมาในรูปรสนิยมแสนหวาน   ผูกพ่วงตัวเองเข้ากับเรื่องราวเหล่านั้น สร้างโลกเฉพาะขึ้นมาหนึ่งใบไปอาศัยอยู่    สร้างบทเพลงนางเงือกในสองลงมือกัดกินตัวเอง เพื่อที่จะได้เศร้าสร้อยอย่างสวยงาม

                นี่คือคนน่าสงสารสองคน พวกเขานั่งชิดกัน มือเย็นเฉียบจากลมทะเลที่โบยตีไม่รู้สิ้น  ฉมจมในความมืดข้างรูปปั้นนางเงือกที่ขับเพลงสร้อยเศร้าแทรกมาในเสียงลมทะเลที่พัดตึง

                คืนนั้น นาโอะซึ่งปัจจุบันย้ายมาพักในบ้านเธอ  นอนในห้องรับแขกที่แม่เตรียมไว้เขาตื่นขึ้นกลางดึก เปิดประตูหลังบ้าน หายไปในทะเลสาบสงขลา

ใส่ความเห็น