
ที่เป็นดังนี้ก็นับว่ามีเหตุผลอยู่ เพราะหากพิจารณาจากต้นกำเนิดของบทกวีแล้ว ธรรมชาติของมันก็เป้นสิ่งที่ชัดเจนแจ่มแจ้งยิ่ง มันคือสิ่งที่ถูกปลดปล่อยออกมา คือเสียงเพรียก คือเสียงร่ำร้อง คือเครื่องหมาย คือท่วงท่า คือปฏิกริยา ซึ่งดวงวิญญาณอันมีชีวิตแสดงออกเพื่อปกป้องตนเอง หรือเพื่อร่วมรับรู้ในอารมณ์ความรู้สึกในประสปการณ์ของชีวิต หากมองจากบทบาทแรกซึ่งสำคัญที่สุดในฐานะที่เป็นศักยภาพตามธรรมชาติ ก้อาจถือได้ว่าไม่มีบีบทกวีไดเลยที่อาจนำมาตัดสินตีค่าได้ เพราะภาระแรกสุดของมันก็คือการบอกกล่าวกับตัวกวีเอง มันคือเสียงร้องของเขา คือเสียงคร้ำครวญโหยหวน มันคือความฝันของเขา คือรอยยิ้ม คือความโกรธ ใครเลยอาจมาตัดสินถึงความฝันยามค่ำคืนของผู้อื่นด้วยอาศัยกฏเกณฑ์ทางสุนทรียศาสตร์ หรือถือเอากิริยาอาการของเราที่แสดงอออกผ่านมือและหัวด้วยท่วงท่าการเดิน และตัดสินเอาด้วยกฏเกณฑ์แห่งความถูกต้องและเหมาะสม เด็กทารกในอ้อมแขนซึ่งยัดหัวแม่มือแม่เท้าเข่าอมไว้ในปากก็ถือได้ว่าเป็นสามัญปรกติเช่นเดียวกับนักเขียนซึ่งกัดด้ามปากกาเล่น หรือเป็นเช่นนกยูงซึ่งรำแพนหาง ไม่มีไหนทำได้ดีกว่าไหน ไม่อาจถือได้ว่าใครถูกต้องเหมาะสมกว่าใคร
ทีนี้ก็ปรากฏอยุ่ว่า บทกวีนอกจากจะเป็นการปลดปล่อยกวีสู่สายธารแห่งอิสรภาพแล้ว บางครั้งมันยังหยิบยื่นความเบิกบานให้แก่คนอื่นๆด้วย มันยังอาจผลักดันสั่นไหวจิตใจของเขาได้ นั่นเองคือความงดงาม สิ่งเหล่านี้อาจเกิดขึ้นได้ โดยเฉพาะเมื่อการแสดงออกอันนั้น มีธรรมชาติที่เป็นสากล ถึงแม้ใช่ว่าจะเป็นดังนี้ทั้งหมดก็ตาม
และนี่เองคือจุดเริ่มต้นของวัฏจักรอันผุพังเน่าเปื่อย ด้วยเหตุที่บทกวีอันงดงามย่อมส่งผลให้กวีกลายเป็นที่ชื่นชมยกย่อง ดังนั้นจึงหรากฏบทกวีจำนวนมากมายขึ้นในโลก ซึ่งไม่ได้มุ่งเพื่อสิ่งอันใดนอกจากพยายามที่จะให้งดงามเข้าไว้ โดยมิได้ใส่ใจกับคุณค่าดั้งเดิมของมันเลย ไม่สนใจกับบทบาทอันบริสุทธิ์ไร้เดียงสาและศักดิ์สิทธิ์ของมัน ตั้งแต่ต้นมาเลย ที่บรรดาบทกวีเหล่านี้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อผู้อื่น เพื่อผู้ฟัง เพื่อผู้อ่าน มันไม่ใช่ความฝัน มิใช่การเริงรำ หรือเสียงร่ำร้องของดวงวิญญาณอีกต่อไป มันไม่ใช่การตอบสนองต่อประสปการณ์ มิใช่จินตภาพอันพร่ามัว หรือมนต์วิเศษอีกต่อไป หาใช่กริยาของผู้รู้หรือใบหน้าอันบิดเบี้ยวของคนบ้าอีกต่อไปแล้ว มันเป็นเพียงผลิตผลที่ถูกสร้างขึ้นอย่างมีจุดมุ่งหมาย เป็นงานที่สานสร้างขึ้นมา เป้นขนมหวานสำหรับสาธารณชน นถูกสร้างขึ้นมาเพื่อตีพิมพ์เผยแพร่ เพื่อขาย มันมีขึ้นเพื่อรับใช้ความหรรษาของผู้ซื้อ เพื่อกระตุ้นหรือเพื่อชักนำบ่ายเบน ดังนั้น บทกวีทำนองนี้จึงได้รับการยอมรับง่ายๆ เราไม่จำเป็นจะต้องอ่านงานแบบนี้อย่างจริงจังหรือดูดดื่มเลย เราไม่จำต้องทุกข์ทรมานหรือหวั่นไหวไปกับมัน เราเพียงแต่โยกตัวแกว่งไกวอย่างสำราญใจไปกับท่วงทำนองอันราบรื่นน่ารักของมันเท่านั้น
จาก: ว่าด้วยบทกวี
หนังสือ : มาจากทางสายเปลี่ยว
โดย : เฮอร์มาน เฮสเส
แปล: พจนา จันทรสันติ
สำนักพิมพ์ ตถตา ;กันยายน 2528

